ประโยชน์จากผักผลไม้ 5 สี คุณค่าสารอาหารที่แตกต่างกัน สามารถได้รับจากพืชในแต่ละสี

การรับประทานผักผลไม้ครบทั้ง 5 สี ในแต่ละวัน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน เพราะคุณค่าอาหารที่อุดมอยู่ในบรรดาผักผลไม้แต่ละสีแตกต่างกัน แต่ก็มีสารอาหารหลักที่สามารถหาได้ในทุกๆสี คือ ไฟเบอร์, วิตามิน, เอนไซม์, เกลือแร่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสารอาหารที่จำเป็นบางชนิดร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ว่าทำไมมนุษย์จำเป็นจะต้องรับประทานผักผลไม้หลากสีต่อวันอยู่ที่ 400 ถึง 500 กรัม ถึงจะเพียงพอ

สำหรับสารอาหารต่างๆ ที่อุดมอยู่ในผักผลไม้ของแต่ละสีทั้ง 5 สีนั้น สามารถอธิบายแยกออกเป็นสีๆให้ผู้บริโภคเข้าใจง่ายขึ้น ว่าในแต่ละสีมีสารอาหารอะไรอยู่บ้าง มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ดังนี้

  1. ผัก ผลไม้กลุ่มสีเขียว เป็นผัก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยเม็ดสีที่เรียกว่า คลอโรฟิลด์, ลูทีน และซีแซนทีนพืชกลุ่มสีเขียวนี้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวพรรณดูเต่งตึงสุขภาพดี มีสารช่วยต่อต้านการเกิดภาวะโรคมะเร็ง และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ชำระล้างสารพิษในร่างกาย ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถพบได้มากในผัก ผลไม้ที่มีสีเขียวทั่วไป ไปจนถึงสีเขียวเข้ม เช่น แอปเปิลเขียว, กีวี่, ผักกาดขาว, ผักกาดเขียว, คะน้า, มะระขี้นก เป็นต้น
  2. ผัก ผลไม้กลุ่มสีเหลือง และสีส้ม ผัก ผลไม้ที่มีสีเขียวอ่อน ไปจนถึงสีเหลืองและสีส้ม เป็นผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เรียกว่า ลูทีน , แคโรทีนอยด์, ฟาโวนอยด์, เบตาแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์โดยตรงต่อดวงตา ช่วยบำรุงสายตาและชะลอการเสื่อมสภาพของจอประสาทตาในกลุ่มผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังเข้าไปกระตุ้นประสาทการมองเห็นของเด็กวัยทารกที่ไวขึ้น อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลรวมไปถึงไขมันในเส้นเลือดให้ต่ำลงจนอยู่ในระดับปกติอีกด้วย สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ สามารถพบได้ในข้าวโพด, แครอท, มะละกอ, มะนาว, ส้ม เป็นต้น
  3. ผัก ผลไม้กลุ่มสีแดง ผัก ผลไม้กลุ่มสีแดงนี้ อุดมไปด้วยสารอาหารไลโคปีน, สารแอนโทไซยานิน และเบตาไซซีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ส่งผลตรงโดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากในสุภาพบุรุษ, มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร นอกจากนี้สารอาหารในพืชกลุ่มสีแดงยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเลือนร่องรอยของแผลเป็นให้จางลง ลดความดันโลหิต ผู้บริโภคสามารถพบสารอาหารเหล่านี้ได้จากมะเขือเทศ, กระเจี๊ยบแดง, แตงโม, สตอเบอร์รี่, ทับทิม, องุ่นแดง เป็นต้น
  4. ผัก ผลไม้กลุ่มสีม่วง หรือม่วงเข้มแกมน้ำเงิน เป็นผัก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารสีม่วงที่เรียกว่า สารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่ามีระบบการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าวิตามินอีมากถึง 2 เท่า พืชที่อยู่ในกลุ่มสีม่วงยังช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด เข้าไปกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานสม่ำเสมอ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งตับ, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งตับ เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถพบได้มากในผัก ผลไม้ที่มีสีม่วง หรือสีม่วงเข้มแกมน้ำเงิน เช่น มะเขือม่วง, กะหล่ำปลีม่วง, เผือก, บลูเบอร์รี่, อัญชัน, มันม่วง เป็นต้น
  5. ผัก ผลไม้กลุ่มสีขาว และน้ำตาลอ่อน ผัก ผลไม้ที่มีสีขาว และสีน้ำตาลอ่อน เป็นผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เรียกว่า แซนโทน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ได้รับการสนใจจากนักวิจัยอย่างมาก เพราะสารแซนโทนเป็นสารที่มีคุณประโยชน์สามารถนำเอาไปใช้ทำวิจัยได้หลายด้าน เป็นสารที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพหรือการเสียหายของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ช่วยยับยั้งอาการการอักเสบของกล้ามเนื้อ ป้องกันการเกิดของโรคความดันโลหิต รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ สามารถพบได้ในขิง, กระเทียม, ลูกเดือย, เงาะ, มังคุด, หัวไชท้าว เป็นต้น

ในการรับประทานผัก ผลไม้หลากสีนี้ สามารถนำวัตถุดิบต่างๆมาปั่นรวมกันบริโภคเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็สามารถทำได้ อีกทั้งการดื่มน้ำผักผลไม้สดก็ยังทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนไม่ต่างกับการรับประทานเป็นผลสด และในปัจจุบันการทำน้ำผักผลไม้สดดื่มเองที่บ้านกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้รักสุขภาพที่จำเป็นจะต้องดื่มน้ำผักผลไม้เป็นประจำทุกเช้า เพราะการดื่มน้ำผักผลไม้สดตอนท้องว่างในช่วงเช้าจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และสามารถดูดซึมสารอาหารจากผักผลไม้ไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ข้อดีของการมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้ไว้ใช้ในครัวเรือนคือ ผู้บริโภคสามารถทำน้ำผักผลไม้สดดื่มได้ทุกเวลาที่เราต้องการ ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาด หรือการใช้วัตถุดิบที่ไม่สดเหมือนตอนไปซื้อตามร้านน้ำปั่นมาบริโภคอีกต่อไป สามารถเลือกใช้วัตถุดิบที่ชื่นชอบมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเมนูเพื่อสุขภาพเมนูใหม่ พยายามสลับสับเปลี่ยนการเลือกใช้วัตถุดิบให้มีความหลากหลาย ไม่ควรบริโภควัตถุดิบเดิมซ้ำๆ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับแต่สารอาหารเดิมๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างกิจกรรมครอบครัวในวันหยุดได้อีกด้วย